วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ข่าวมหาชัย 10.00 30-10-57 พ่อเมืองนครฯ พบสื่อมวลชน

พ่อเมืองนครฯ เดินหน้าพัฒนาจังหวัดตามแนวทางของ คสช. รัฐบาล และวิสัยทัศน์ของจังหวัด พร้อมขอสื่อร่วมกันสร้างความเข้าใจถึงประชาชนและเสนอข่าวสารด้านบวกให้มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2557 ที่ห้องมโนราห์ โรงแรมราวดีจังหวัดนครศรีธรรมราช นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้พบปะสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ตามโครงการ “ผู้ว่าฯพบสื่อมวลชน” ซึ่งสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดขึ้น โดยมีสื่อมวลชนทุกแขนงในจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 80 คน ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ได้พบปะสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการหลังจากที่ได้เดินทางมารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2557 ซึ่งต่อไปจะพบกับสื่อมวลชนทุกเดือน เพื่อจะได้นำเสนอข้อมูลข่าวสารว่าจังหวัด ซึ่งไม่ใช่ตัวผู้ว่าฯ ได้ขับเคลื่อนอะไรไปบ้าง ถึงไหนแล้ว ทิศทางที่กำหนดเป็นวิสัยทัศน์จังหวัดขับเคลื่อนไปได้ไหม ติดขัดตรงไหน ปัญหาของประชาชนจะร่วมกันแก้อย่างไร เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้จะได้นำเสนอให้สื่อมวลชนเพื่อนำเผยแพร่ต่อไป โดยตนจะทำตัวเป็นผู้กำกับการแสดงหรือผู้อำนวยการสร้าง ส่วนผู้แสดงเป็นพระเอกนางเอกคือข้าราชการทุกระดับ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวต่อว่า วันนี้บ้านเมืองอยู่ในสถานการณ์พิเศษ องค์กรที่บริหารบ้านเมืองมี 2 องค์กร คือ คสช. และคณะรัฐบาล ซึ่งทั้งสององค์กรเป็นผู้กำหนดทิศทางนโยบายให้แก่ส่วนราชการ ซึ่งเรียกว่า Road Map ดังนั้นการดำเนินการของส่วนราชการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ต้องยึดถือ Road Map นี้เป็นหลัก จึงขอร้องสื่อมวลชนให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจไปถึงประชาชน ส่วนวิธีการนำเสนอแล้วแต่เทคนิคของสื่อแต่ละประเภท ที่สำคัญมี 6 ประเด็น คือ 1.การป้องกันและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.การรักษาความมั่นคงของรัฐ 3.การจัดกิจกรรมสร้างความปรองดองและคืนความสุขให้คนในชาติ 4.การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม การสร้างโอกาสการข้าถึงบริการของรัฐ 5.การส่งเสริมบทบาทและการใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน 6. การรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากร การสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีค่านิยม 12 ประการ ที่ต้องช่วยสื่อให้เยาวชนและประชาชนเข้าใจและปฏิบัติตามด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางการทำงานของผู้ว่าฯ ก็ต้องทำตามวิสัยทัศน์ของจังหวัด คือ นครแห่งการเรียนรู้ เกษตร ท่องเที่ยว น่าอยู่ ชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งฟังดูแล้วง่าย แต่การทำให้สำเร็จนั้นยาก เช่น นครแห่งการเรียนรู้ เรามีมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ใช่จบแค่นั้น มีมหาวิทยาลัยแล้วการเรียนรู้มีไหม เรียนรู้แล้วเอาไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร ซึ่งในโลกนี้มีความรู้กับปัญญาเป็นหลัก ซึ่งเราเคยได้ยินคำว่า มีความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด นั่นคือว่ามีความรู้ แต่เอาความรู้ไปใช้ไม่ได้ เรียกว่าขาดปัญญา ส่วนฝรั่งเรียกว่า Knowledge คือ องค์ความรู้ ต่อจาก Knowledge เป็น Wisdom คือปัญญา ฉะนั้นสองสิ่งนี้ต้องต้องคู่กัน การเกษตรก็เช่นเดียวกันเช่น ยางตกต่ำ ข้าวตกต่ำ เป็นข้อเท็จจริงที่ยอมรับว่าราคาจะขึ้นเมื่อไหร่ ตนไม่สามารถตอบได้ แต่สิ่งที่จังหวัดต้องทำถ้ายางราคาตกต่ำคือจะทำอย่างไรเมื่อเกษตรกรไม่มีรายได้ ทำให้รายจ่ายลดน้อยลง และทำงานอย่างอื่นให้ได้เงินมาเพิ่มได้ไหม ซึ่งได้มีการพูดกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว และกำลังพูดกับพาณิชย์จังหวัดว่าทำอย่างไรให้ชาวนครฯ บริโภคข้าวของคนนครฯ ชาวสวนยางไม่ได้ทำนาต้องซื้อข้าวกิน ทำอย่างไรให้ข้าวสารราคาถูกลงกว่าธรรมดา เช่น ธรรมดา 120 บาท ให้เหลือ 100 บาท โดยทางราชการต้องช่วยกันในเรื่องของค่าขนส่ง เป็นต้น ด้านการท่องเที่ยว กับบ้านเมืองน่าอยู่ ต้องขอความร่วมมือจากสื่อในการลดการเสนอข่าวด้านลบ แล้วมาเพิ่มข่าวด้านบวกให้มากขึ้น ต้องสร้างเสน่ห์ของเมืองนครฯ นำเสนอของดี ของเด่น ของจังหวัด เช่น ขนอมน่าเที่ยวกว่าสมุย อยากกินมังคุดคัดต้องไปนคร อยากกินขนมจีนที่อร่อยต้องกินที่นครฯ เป็นต้น ซึ่งสื่อสามารถสร้างกระแสได้ ส่วนโครงการสำคัญที่ต้องขับเคลื่อนการ เช่น พระธาตุสู่มรดกโลก โครงการพระราชดำริต่าง ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง การต่อยอดพระตำหนักประทับแรมปากพนังให้สมบูรณ์ รวมทั้งศูนย์สายใยรักษ์แห่งครอบครัวภาคใต้ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลขุนทะเล อำเภอลานสกา การส่งเสริมการท่องเที่ยวแยกเป็น 3 อย่าง คือท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ชูเรื่องเส้นทางอารยธรรมอาณาจักรศรีวิชัย โดยเอาพระธาตุเป็นศูนย์กลาง ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ชูเรื่องอากาศบริสุทธิ์ ธรรมชาติสวยงามและท่องเที่ยวทางทะเล ชูขนอมเป็นหลัก เพราะอยู่ใกล้เกาะสมุย เป็นต้น สำหรับการแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นเรื่องที่หนักใจมาก แต่ทุกคนต้องช่วยกันทำให้ยาเสพติดลดน้อยลง ซึ่งต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ 1.ยาบ้า ไอซ์ อย่าให้มีตำรวจ ปลัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกและสมาชิกสภาท้องถิ่นเข้าไปเกี่ยวข้อง ถ้ามีต้องจัดการขั้นเด็ดขาด 2. พืชกระท่อม ซึ่งจัดอยู่ในยาเสพติดประเภท 5 การแก้ไขต้องแยกส่วนกันกับยาบ้า ไอซ์ อย่าเอามาปนกัน เพราะความรุนแรงของพิษภัยต่างกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวอีกว่า ขณะนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชเข้าสู่ฤดูฝนแล้วขอให้สื่อช่วยกันแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับทราบการข่าวสารจากทางราชการอย่างสม่ำเสมอด้วย อย่างไรก็ตามตั้งแต่วันที่ 11-26 พฤศจิกายน 2557 ตนจะออกไปมอบแนวทางการปฏิบัติราชการให้แก่นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งผู้นำหมู่บ้านชุมชนในทุกอำเภอ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งจะได้รับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วย เพื่อจะได้นำมาหาทางแก้ไข ช่วยเหลือต่อไป.// แหล่งข่าว ส.ปชส.นศ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น